ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) หมู่บ้านมรดกโลกกลางหุบเขาแห่งหิมะ

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ชื่อนี้หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว และชื่อนี้ก็ยังเป็นดินแดนในฝันของใครหลายๆ คนด้วยเช่นกัน
หมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้คือเมืองมรดกโลกที่ได้รับการจดทะเบียนจาก UNESCO ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน
และที่สำคัญที่สุดที่ทำให้หลายๆ คน ใฝ่ฝันที่จะได้มาเยือนที่นี่ ก็คือความสวยงามและมหัศจรรย์ของหมู่บ้านนี้

วันนี้ Sanook! Travel จะพาคุณไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้านชิราคาวาโกะแห่งนี้กันว่ามีอะไรพิเศษที่ทำให้หลายๆ คนตกหลุมรัก

ทริปนี้เราเริ่มต้นการเดินทางกันที่สถานี เกียวโต นั่งรถไฟเที่ยวเช้าสุดมาลงที่ คานาซาว่า เพื่อรีบมาขึ้นรถ Nohi Bus (เราจองที่นั่ง Nohi Bus ไม่ทันเลยต้องมาเสี่ยงดวงเอา)

แต่ก็ต้องเจอกับเรื่องช็อกเมื่อรถ Nohi Bus ที่จะเข้าสู่หมู่บ้านชิราคาวาโกะนั้นเต็มไปหมดแล้วทุกรอบ

ทำอย่างไรล่ะทีนี้ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเด็กน้อยในเมืองอันแสนกว้างใหญ่ แต่เมื่อตั้งสติกลับมาได้ก็ลองเสิร์ชหาวิธีใหม่ที่จะเข้าสู่หมู่บ้านชิราคาวาโกะดู

สุดท้ายก็พบว่ามีอีกหนทางหนึ่งที่สามารถเข้าสู่หมู่บ้านชิราคาวาโกะได้ (สำหรับคนที่จองที่นั่งรถ Nohi Bus ไม่ทัน หรือไม่ได้จองมา บทความต่อไปนี้มีประโยชน์มาก)

หนทางที่เราจะใช้ไปสู่หมู่บ้านชิราคาวาโกะนั้นก็คือการต่อรถไฟจากสถานี คานาซาว่า ไปสู่สถานี ชินทากาโอกะ นั่นเอง เพราะที่นั่นมีรถบัสที่จะพานักท่องเที่ยวเข้าสู่หมู่บ้านชิราคาวาโกะอยู่ด้วยเช่นกัน

แถมไม่ต้องจองที่นั่งไปถึงก็ขึ้นได้เลย คนน้อยกว่า ไม่เยอะเท่าขึ้น Nohi Bus ที่ คานาซาว่า ด้วย แต่ข้อเสียคือ ขึ้นรถบัสจากสถานีชินทากาโอกะนั้นจะใช้เวลาเยอะกว่าขึ้นจากสถานีคานาซาว่าประมาณ 20 นาที

แต่ยังไงซะก็ดีกว่าไม่ได้ไป เมื่อเราจับจองที่นั่งบนรถบัสได้แล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทาง และสิ่งที่เซอร์ไพรส์และประทับใจที่สุดก็คือ เส้นทางที่รถบัสจากสถานีชินทากาโอกะที่เรานั่งมานี้เป็นเส้นทางที่วิวสวยมาก

คือสวยมากจริงๆ หากใครนึกภาพไม่ออก ให้คิดถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตลอดข้างทางเป็นภูเขาหิมะที่สูงใหญ่ สลับกับแม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยวไปตามขุนเขา คือดีงามมากจริงๆ นี่ขนาดยังไม่ถึงหมู่บ้านยังประทับใจแล้วกับทริปนี้

แนะนำมากๆ ครับ หากใครที่ไม่ได้จองรถ Nohi Bus มา หรือ รอบรถ Nohi Bus ที่สถานี คานาซาว่าเต็ม ลองมาเส้นทางนี้ดูสะดวกสบาย วิวสวยมากๆ แถมไม่ต้องจองตั๋วให้ยุ่งยากด้วย

เอาล่ะในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านชิราคาวาโกะอย่างปลอดภัย เมื่อมาถึงจุดหมายที่เรารอคอยแล้ว ก็ไม่รอช้า รีบไปขอแผนที่ของหมู่บ้านจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของหมู่บ้าน มีแผนที่ภาษาไทยด้วยนะ น่ารักมาก

จุดแรกที่เราจะไปกันก็คือจุดไฮไลท์ที่ใครต่อใครมาก็ต้องขึ้นไป นั่นก็คือจุดชมวิวหมู่บ้านชิราคาวาโกะนั่นเอง เห็นคนอื่นที่มากันขึ้นไปถ่ายรูปหมู่บ้านจากมุมสูงกันแบบสวยงามอลังการมากๆ ถึงทีเราบ้างล่ะ

เดินผ่านกลางหมู่บ้านไปตามทางอย่างมีความหวัง สุดท้ายเราก็เดินมาจนถึงทางขึ้นจุดชมวิวแล้ว แต่ปรากฏว่า!!! ทางขึ้นจุดชมวิวปิด! เนื่องจากมีหิมะหนาแน่นไม่สามารถเดินขึ้นไปได้

โอ้โหความรู้สึกตอนนั้นน้ำตาจะไหล ภาพที่หวังมาตลอดทาง เหมือนโดนหักอก แทบจะทรุดลงกับพื้นเลยทีเดียว ทำไมมันซวยแบบนี้ แต่คงเป็นเพราะเราศึกษามาไม่ดีเอง

เพราะโดยปกติแล้วในช่วงหน้าหนาวแบบนี้ทางขึ้นจุดชมวิวจะปิดเพราะหิมะมีความหนาเกินไป แต่ไม่เป็นไรจุดชมวิวปิดใช่ไหม ไปที่อื่นก็ได้เชอะ!

หลังจากผิดหวังไปกับจุดชมวิวที่เราโฟกัสไว้ตั้งแต่แรก เราจึงเดินเล่นต่อในหมู่บ้าน ภาพที่เราได้เห็นรอบๆ ตัวเรานั้น ช่วยให้เราลืมความผิดหวังจากการอดขึ้นจุดชมวิวไปในทันที

เห็นในรูปว่าสวยแล้วเห็นของจริงคือหมู่บ้านนี้สวยมากกว่า!!! บ้านไม้สไตล์ กัสโซ แบบโบราณที่มีลักษณะเหมือนมือพนมเข้าหากัน ตั้งอยู่เรียงรายท่ามกลางหิมะสีขาว มีแบ็คกราวด์ด้านหลังคือภูเขาหิมะ อะไรมันจะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้

เป็นภาพที่มหัศจรรย์และประทับใจที่สุดภาพหนึ่งเลยในชีวิต คือความผิดหวังที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้หายไปหมดเลย ที่นี้ก็ได้เวลารัวชัตเตอร์กันให้มันมือแล้วครับ

จะถ่ายมุมไหน ถ่ายยังไงก็สวยงามไปหมด ไม่แปลกเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงยกยอให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามระดับโลก

หลังจากเดินเล่นกันมาได้สักพัก เราก็มาถึงอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ นั่นก็คือสะพานแขวนข้ามแม่น้ำนั่นเอง มองดูจากไกลๆ มีคนยืนอยู่บนสะพานหนาแน่นเลยทีเดียว เราจึงสบายใจได้ว่าสะพานจะไม่ปิดเหมือนจุดชมวิว

ต้องขอบอกเลยว่าสะพานแขวนแห่งนี้เป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดจริงๆ วิวระหว่างทางนั้นสวยมาก แม่น้ำด้านล่างหนาวเย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็งบางส่วน จากบนสะพานแขวนเราสามารถชมวิวแม่น้ำที่ทอดยาวไปจรดกับภูเขาได้ทั้ง 2 ด้าน

ความสวยงามของจุดนี้ทำให้เราตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะและเก็บภาพที่ได้เห็นอยู่ตรงหน้าให้กลายเป็นความทรงจำที่ดีอีกเรื่องหนึ่งในชีวิต

หลังจากเก็บภาพและชมวิวบริเวณสะพานแขวนกันจนพอใจแล้ว ก็ได้เวลาเดินเล่นภายในหมู่บ้านกันต่อ ยิ่งเดินยิ่งฟิน เพราะมีมุมสวยๆ รอให้เราไปชมอยู่อีกเพียบ

บอกเลยว่าหากใครวางแผนจะมาเที่ยวที่นี่ ควรเผื่อเวลาไว้สัก 3 ชั่วโมง เพราะคุณจะหลงใหลที่นี่และไม่อยากไปไหนเลยทีเดียว

หมดไปหนึ่งวันกับการท่องเที่ยวชิราคาวาโกะเมืองมรดกโลกที่ทุกคนต่างพูดถึง เมื่อได้มาเจอของจริงต้องบอกเลยว่าไม่ผิดไปจากคำที่หลายๆ คนพูดเลย

หมู่บ้านนี้เมื่ออยู่ท่ามกลางหิมะนั้นสวยงามมาก หลายๆ คนอาจจะชื่นชอบชิราคาวาโกะในฤดูกาลอื่น แต่สำหรับเรานั้นหน้าหนาวที่หิมะปกคลุมบ้านเรือนในหมู่บ้านนั้น คือภาพที่มหัศจรรย์ที่สุด

ทุกๆ อย่างภายในหมู่บ้านถูกอนุรักษ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ อากาศที่หนาวเย็นและหิมะที่โปรยปรายทำให้การเดินทางครั้งนี้กลายเป็นการเดินทางที่แสนพิเศษ

หากใครที่กำลังลังเลว่าจะไปเที่ยวชิราคาวาโกะดีไหม ไม่ว่าคุณจะกังวลเรื่องการเดินทาง เรื่องค่าใช้จ่าย หรืออะไรก็แล้วแต่ เราขอแนะนำให้คุณใส่ชื่อหมู่บ้านชิราคาวาโกะลงไปในลิสต์การท่องเที่ยวของคุณอย่างไม่ต้องลังเล

เพราะเมื่อคุณได้มาสัมผัสกับหมู่บ้านแห่งนี้จริงๆ คุณจะรู้ว่าการตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ของคุณนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ มาสัมผัสความมหัศจรรย์ของหมู่บ้านมรดกโลกกลางหุบเขาแห่งหิมะนี้กันครับ

การเดินทางมาหมู่บ้านชิราคาวาโกะ

1.เดินทางด้วยรถ Nohi Bus จากสถานี Kanazawa (ต้องจองที่นั่ง)

2.เดินทางด้วยรถ Nohi Bus จากสถานี Takayama (ต้องจองที่นั่ง)

3.เดินทางด้วยรถบัส จากสถานี Shin Takaoka (ไม่ต้องจองที่นั่ง)

ตารางเวลารถ Nohi Bus

ตารางเวลารถบัสจาก Shin – Takaoka

การเตรียมตัวท่องเที่ยวชิราคาวาโกะ

1.เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม (อากาศหนาวมากในช่วงหน้าหนาว)

2.ตรวจสอบรอบรถบัสเดินทางเข้าออกจากหมู่บ้านให้ดีและวางแผนการเดินทางให้เหมาะสม

3.แนะนำให้ใช้พาส Jr Takayama Hokuriku Area Pass จะคุ้มค่าที่สุด (สามารถขึ้นรถบัสที่สถานี Shin Takaoka และ Nohi Bus ได้ฟรีด้วย)

แผนที่การใช้ Jr Takayama Hokuriku Area Pass

4.หากต้องการนอนค้างที่หมู่บ้าน ชิราคาวาโกะ ควรโทรจองตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะที่พักในหมู่บ้านนั้นต้องจองคิวก่อนเข้าพักนานหลายเดือน

5.ที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะมีที่ฝากกระเป๋าสำหรับคนที่ต้องขนย้ายกระเป๋าระหว่างการเดินทาง

6.หากจะเที่ยวให้ทั่วหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ควรเผื่อเวลา 2-3 ชั่วโมงเพื่อจะเที่ยวให้ทั่วหมู่บ้าน

7.ควรออกจากหมู่บ้านก่อนเวลา 17.00 น. เพื่อให้ทันรถบัสรอบสุดท้ายออกจากหมู่บ้าน

ที่อยู่หมู่บ้าน Shirakawago : Ogimachi, Shirakawa, Ono District, Gifu Prefecture 501-5600, Japan

ขอบคุณข้อูล จาก sanook.com

ˆ Back To Top